การนวดเพื่อบำบัดรักษาโรค

การนวดเพื่อการรักษา/ฟื้นฟูสมรรถภาพ

หัตถเวชกรรม หรือ การนวด หมายความว่า การตรวจประเมิน การวินิจฉัย การบำบัดการป้องกันโรค ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก การนวดเพื่อบำบัดโรค หรือ นวดรักษา เป็นการกดจุดสำคัญบนร่างกายเกี่ยวโยงกับอาการปวด โดยใช้หลักการกดจุดกระจายลมที่ค้างในเส้นให้เคลื่อนต่อไปได้อย่างปกติ ซึ่งแต่ละอาการปวด แต่ละตำแหน่ง ก็จะกดจุดรักษาต่างกันไป การนวดรัษาโรคดังต่อไปนี้

เช่นกลุ่ม โรคลมปลายปัตคาด (อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง) ปวดหลัง ปวดบ่า ปวดแขน ปวดขา ไมเกรน อาการชา ปลายมือ ปลายเท้า หัวไหล่ติดเรื้อรัง โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต

ตัวอย่าง: กลุ่มโรคลมปลายปัตคาต (โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง) คอ บ่า ไหล่ หลัง

โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Office Syndrome)

เป็นกลุ่มอาการของโรคที่เกิดจาการการนั่งทำงานหรืออยู่อิริยาบทเดิมเป็นเวลานานมักจะมีอาการปวดและแข็งเกร็งของกล้มเนื้อ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก มีอาการชาตามปลายนิ้วมือ ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจแค่รู็สึกปวดเมื่อยเฉพาะจุดและสามารถหายได้เองถ้าหากพักการใช้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นแต่ถ้าเกิดเป็นซ้ำๆเรียกว่า Overuse injury เมื่อตรวจร่างกายพบกล้ามเนื้อแข็งเป็นลำ(taut band)และพบจุดเจ็บ(trigger point) ซึ่งเมื่อกดไปแล้วคนไข้จะอาการปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นที่เป็นกล้ามเนื้อมัดเดียวกัน


ในทางการแพทย์แผนไทย

อาการของโรคออฟฟิศซินโดรมในทางเวชกรรมแผนไทยได้วินิจฉัยว่าเกิดจากการขาดสมดุลในการทำงานของธาตุในร่างกายทั้ง 4 ธาตุ โดยธาตุในร่างกายที่ได้รับผลกระทบจากอาการออฟฟิศซินโดรมมีดังนี้

  • ธาตุดิน ได้แก่ มังสัง (กล้ามเนื้อ) นหารู (เส้นเอ็น)

  • ธาตุน้ำ ได้แก่ โลหิตตัง(เลือด)

  • ธาตุลม ได้แก่

    • อุธังคมาวาตา (ลมพัดจากเบื้องล่างสู่เบื้องสูง)

    • อโธคมาวาตา (ลมพัดจากเบื้องบนสู๋เบื้องล่าง)

    • อังคมังคานุสารีวาตา (ลมพัดทั่วร่างกาย)

  • ธาตุไฟ ได้แก่ สันตัปปัคคี (ไฟอุ่นกาย)

กล่าวคือ ธาตุดินในร่างกายเริ่มเกิดการแข็งตัว ขวางการเคลื่อนของธาตุน้ำและธาตุลม ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้สะดวก ส่งผลกระทบไปยังธาตุไฟในบริเวณดังกล่าว ทำให้บริเวณนั้นอุณหภูมิสูงขึ้น จึงเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ

อัตราค่าบริการ



*หมายเหตุ : สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง